|












|
|
General Supplement for Women

ในปัจจุบันนี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่ สามารถรับมือกับปัญหาต่างในร่างกายได้ดีขึ้น
โดยมีการเลือกรับประทานอาหารที่มี calories น้อย มีปริมาณ Proteins
และ Fibers ที่เหมาะสม มีการรับประทานผักสด และผลไม้สดมากขึ้น รวมถึงบริโภคนม
และโยเกิร์ตชนิดไขมันต่ำกันมากขึ้น
ส่วนผู้หญิงที่ต้องทำงานที่มีความเครียดมาก ก็เริ่มมีการออกกำลังกายลดความเครียดกันมากขึ้น
เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพมากขึ้น และทำให้รูปร่างดูดีอยู่เสมอ
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงก็มีความต้องการชนิด และปริมาณสารอาหาร ในแต่ละวันที่แตกต่างกันไปขึ้นกับวัย
และลักษณะของกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
|
|
ปัญหาส่วนใหญ่ที่มักพบในเพศหญิง
ในแต่ละช่วงอายุ
- ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์(อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 13-50 ปี)
จะมีการสูญเสียโลหิตในทุกรอบเดือน จนบางรายอาจถึงกับเกิดภาวะจำนวนเม็ดเลือดแดงต่ำ
และเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ตามมา บางรายในระหว่างที่มีรอบเดือน
หรือก่อนมีรอบเดือน มีอาการปวดเกร็งช่องท้อง หรือมีตะคริวที่ช่องท้องร่วมด้วย
จึงมีความจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็ก (Iron)ในปริมาณที่มากกว่าปกติ
เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง ร่วมกับ Vitamin B (โดยเฉพาะ Vitamin
B6 & Vitamin B12) ควรรับประทานผลิตภัณฑ์ Evening Primrose Oil,
Calcium และ Magnesium เพื่อช่วยลดอาการปวดเกร็งและเป็นตะคริวในช่วงมีรอบเดือน
และควรหลีกเลี่ยงในการบริโภค Copper เพิ่มเติม อนึ่งนั้นผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่
30 ปีเป็นต้นไป ควรเริ่มทำการตรวจหามะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)
เป็นประจำทุก 1-3 ปี และควรตรวจคลำหามะเร็งเต้านมด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ
และหากเป็นไปได้ควรทำการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Mammogram
ทุก 1-3 ปี ด้วยเช่นกัน
- ในหญิงที่เริ่มเข้าสู่ในวัยหมดประจำเดือน Menopause (อายุระหว่าง
45-55 ปี) จะต้องเริ่มผจญกับความเครียดมากขึ้นโดยเฉพาะความเครียด
ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และทางอารมณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน
Estrogen ในร่างกายทำให้มี Estrogen ลดน้อยลง ส่งผลให้การปกป้อง
Calcium จากกระดูกน้อยลง รวมถึงร่างกายเองก็มีดูดซึม Calcium ได้น้อยลง
เกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหักได้ง่าย มีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ
เป็นตะคริวที่ช่องท้องบ่อยขึ้น และมีอาการร้อนวูบวาบมากขึ้น การรับประทานฮอร์โมน
Estrogen เสริมจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวให้น้อยลงได้ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ
ในการดำเนินชีวิตทั้งชนิด และปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไป ควรเน้นไปที่อาหารที่มีไขมันต่ำและมีเส้นใยอาหารสูง
และควรมีการออกกำลังกายมากขึ้น จะสามารถช่วยบรรเทาอาการในวัยหมดประจำเดือนดังกล่าวได้เช่นกัน
แนะนำให้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มเติมเช่น Vitamin A, Vitamin
E, Calcium, Magnesium, Zinc, ร่วมกับการรับประทาน Dong Quai เพื่อช่วยในการรักษาสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
และบำรุงสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงสมบูรณ์ต่อไป และควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
Iron เสริม เนื่องจากอาจก่อให้เกิดภาวะมะเร็งจากอนุมูลอิสระได้ง่าย
ในวัยนี้ควรเริ่มทำการตรวจ Fecal occult blood test เป็นประจำทุกปี
เพื่อตรวจหามะเร็งลำไส้ (Colorectal Cancer) และควรทำการตรวจยืนยันผลด้วยวิธี
Sigmoidscopy หรือ Colonoscopy ร่วมด้วยทุกๆ 5-10 ปี
- ในหญิงสูงอายุ ตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไปนั้น ร่างกายจะเริ่มมีความต้องการสารอาหาร
รวมถึงวิตามินและเกลือแร่จากภายนอกมากขึ้น เนื่องจากระบบต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะ
ระบบการย่อยอาหารและระบบการดูดซึมที่ทำงานได้น้อยลง ทำให้เกิดพยาธิสภาพต่างๆ
เช่น อาการนอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย เมื่อยล้า ซึมเศร้า ระบบประสาทตาและหูทำงานได้น้อยลง
กระดูกพรุน แตกและหักได้ง่าย นอกจากนี้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ทำงานได้น้อยลง
ติดเชื้อได้ง่าย ที่สำคัญอันตรายจากอนุมูลอิสระเกิดได้ง่ายขึ้น เป็นผลให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ
ทั่วร่างกาย ดังนั้นผู้หญิงในวัยนี้จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารประเภทไขมันต่ำ
มีเส้นใยอาหารสูง และมีโปรตีนในจำนวนพอเหมาะ เพื่อซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ
และออกกำลังกายให้เหมาะสมอยู่เป็นประจำ รวมถึงการบริโภควิตามินและเกลือแร่
รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากกว่าปกติเช่น Betacarotene, Vitamin
B Complex, Vitamin C, Calcium, Magnesium, Selenium, Zinc และที่สำคัญควรบริโภค
Ginseng เพื่อเพิ่มพลังงานและควบคุมสมดุลร่างกาย ในขณะเดียวกันควรควบคุมปริมาณของ
Iron ที่รับเข้าไป เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายมากขึ้นได้
ในวัยนี้ควรทำการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกอยู่เสมอ เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน
และควรทำการตรวจสภาพการได้ยินอยู่เป็นประจำทุก 1-3 ปี ด้วย
|
|
ปัญหาอื่นๆในเพศหญิงที่พบบ่อยๆ
- การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณมาก การเกิดภาวะการแพ้ต่อสารต่างๆ
(Allergy) หรือมีความเครียดที่มากเกินกว่าที่จะควบคุมได้ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต่อมหมวกไต
(Adrenal Gland) ทำงานได้น้อยลง โดยต่อมหมวกไตนี้มีความสำคัญในการหลั่งฮอร์โมน
Adrenocorticotropic Hormone (ACTH) ซึ่งจะช่วยควบคุมและจัดการกับความเครียดที่อาจเกิดขึ้น
และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างพลังงานทางเพศ ลดอาการปวด ทำให้คุณสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
แนะนำให้รับประทาน Vitamin A, Vitamin C, Vitamin E, Essential Fatty
Acid, Vitamin B5 (Pantothenic Acid) เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไตให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ควรได้รับ Chromium Picolinate เสริมให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายให้มากขึ้น
ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนในปริมาณมาก
- ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงโดยเฉพาะฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone
ที่ถูกสร้างที่รังไข่ โดยปกติการสร้างฮอร์โมนเพศนี้จะถูกกระตุ้นโดยต่อมใต้สมอง
(Pituitary Gland) ซึ่งถูกเร้าได้ง่ายโดยภาวะทางอารมณ์ สภาพดินฟ้าอากาศและฤดูกาล
อย่างไรก็ตามในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงนี้ต้องอาศัยไขมันบางประเภท
และ Cholesterol ซึ่งถูกสร้างโดยตับหรือจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
มาเป็นสารตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมนเพศนี้ ฉะนั้นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการทำงานของตับลดลง
เช่นผู้ที่ต้องรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง
อาจทำให้ตับมีการสร้าง Cholesterol นี้ได้น้อยลง หรือผู้ที่ต้องจำกัดปริมาณอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก
หรือผู้ที่เคร่งต่อการรับประทานอาหารมังสวิรัติก็อาจมีปริมาณ Cholesterol
น้อยกว่าปกติลงได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสร้างฮอร์โมนเพศได้ต่อไป
ในขณะเดียวกันผู้ที่มีภาวะ Menopause ก็อาจมีการสร้างฮอร์โมนเพศนี้ได้น้อยลงด้วยเช่นกัน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แนะนำคือ Folic Acid & Niacin ช่วยในการควบคุมระดับ
Cholestrol ในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ Zinc, Vitamin E, Essential
Fats & Cholesterol ช่วยในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงดังกล่าว
- สำหรับคุณผู้หญิงที่พยายามควบคุมน้ำหนักของตนเอง เพื่อให้ได้รูปร่างที่ดี
ไม่ดูอ้วน จนต้องมีการจำกัดชนิดและปริมาณของอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน
ก็มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นได้ง่าย เกิดความไม่สมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย
จนเกิดภาวะปวดเกร็งและเป็นตะคริวได้ จึงมีความจำเป็นต้องได้รับ Multivitamin
& Multimineral เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน Vitamin
B6 &Vitamin B12 เพื่อบำรุงระบบประสาทในร่างกายและควรได้รับ Calcium,
Magnesium และ Potassium เพื่อบรรเทาอาการปวดเกร็งและป้องกันตะคริว
รวมถึงรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย (Electrolytes Balance)
- ส่วนคุณผู้หญิงที่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด (Oral
Contraceptive Pill) อยู่เป็นประจำ ร่างกายก็มีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอื่นๆ
เพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่าง Zinc, Vitamin B6, Vitamin C และ Vitamin
E แต่ในขณะเดียวกันก็ควรลดปริมาณ Copper & Iron ด้วยเช่นกัน
- ส่วนในหญิงมีครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร พวกเขามีความต้องการสารอาหารที่ให้พลังงาน
โปรตีน และวิตามินและเกลือแร่มากขึ้น โดยเฉพาะ Calcium, Magnesium
& Iron
|

|

สนับสนุนข้อมูลโดย
สถาบันวิจัยศาสตร์ ด้านความงามและสุขภาพ
IBHs Institute of Beauty and health Sciences
Copyright © All
rights Reserved. This site powered by livewellguide.com web portal
team
Contact : Webmaster |
|