|
เต้านมเป็นแหล่งที่ใช้ในการสร้าง และหลั่งน้ำนมสำหรับเลี้ยงบุตร
ประกอบด้วยท่อน้ำนม ก้อนไขมันสะสม และหลอดน้ำเหลืองมากมาย แต่กลับพบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มีอัตราเสี่ยง
ต่อการเกิดมะเร็งเต้านมนี้สูงมาก มะเร็งเต้านมสามารถตรวจพบได้ง่าย
และสามารถเกิดที่บริเวณใดๆทุกแห่ง ของเต้านมได้ทั้งสิ้น โดยมากมักจะพบเป็นก้อนแข็งเป็นไต
และไม่กระจายหรือเคลื่อนที่ไปบริเวณอื่น ไม่มีความปวด
ปัจจุบันพบว่าสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นไม่ใช่เรื่องทางพันธุกรรมเป็นหลักอีกต่อไปแล้ว
เนื่องจากพบว่าในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมนี้พบยีนส์ที่ทำให้เกิดมะเร็งเพียงแค่
4-6% เท่านั้น สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมโดยทั่วๆไปแล้วก็คล้ายๆ
กับสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆคือ เกิดจากการทำปฏิกิริยา Oxidation
ของเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมขึ้นที่
DNA ของเซลล์ ทำให้เซลล์ในอวัยวะนั้นๆมีการทำงานที่ผิดปกติ บ้างก็จะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดภาวะเป็นเซลล์มะเร็งได้
มักพบมากในผู้ที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นพิษ นานๆเข้าจะเกิดการสะสมความผิดปกติของเซลล์
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ที่มีระดับฮอร์โมนเพศ
Estrogen สูงกว่าปกติด้วย
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม
-
การที่ร่างกายมีปริมาณ Estrogen สูง ซึ่ง Estrogen
นี้เป็นฮอร์โมนที่พบได้มากในเพศหญิง มีความจำเป็นต่อสุขภาพโดยรวมโดยเฉพาะการเจริญเติบโต
บำรุงกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ดี แต่ถ้าร่างกายมีหรือได้รับฮอร์โมนนี้มากเกินไป
เช่นผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อน 9 ขวบ)
หรือคนที่หมดประจำเดือน (Menopause)ในอายุมากกว่า 55 ปี มีบุตรน้อยหรือมีบุตรคนแรกตอนอายุมากกว่า
40 ปี จะมีอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมนี้สูงขึ้นเช่นกัน
-
เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์สามารถทำให้ระดับฮอร์โมน
Estrogen ในเลือดสูงขึ้นได้ โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมก็สูงตามมาด้วย
-
พบว่าในคนอ้วน รวมถึงในผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและมีเส้นใยอาหารน้อย
จะมีระดับของฮอร์โมน Estrogen สูงกว่าคนผอม
-
คนที่สูบบุหรี่มากกว่าวันละ 2 ซอง จะมีโอการเกิดมะเร็งเต้านมได้สูงกว่าปกติด้วยเช่นกัน
-
ความเครียดสามารถทำให้ร่างกายมีการหลั่ง ฮอร์โมน
Estrogen ได้มากขึ้น จึงมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมได้สูง
-
Silicone/Polyurethane Implants แม้ว่าในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการสั่งยกเลิกการใช้
Silicone หรือสาร Polyurethane ในการเสริมหน้าอก ตั้งแต่ปี 1992
แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่นิยมเสริมหน้าอกเพื่อ เพิ่มความมั่นใจในบุคลิกภาพของตนเองมากขึ้น
พบว่าสาร Polyurethane จะให้สารชื่อ Toluene Diisocyanate (TDA)
ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งต่อร่างกายมนุษย์ และ Silicone นั้นก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกในการทดลองในสัตว์
และในปัจจุบันนอกจากผลเสียในเรื่องอันตรายต่อผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว
ยังพบว่าการเสริมหน้าอกนี้จะมีผลเสียอื่นๆอีกคือ ทำให้การตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะแรกเป็นไปได้ยากขึ้น
เนื่องจากอาจมีการแอบอยู่ใต้ชั้น Silicone นั้นๆ และยังอาจทำให้ผลการอ่านค่า
Mammograms ผิดไปอีกด้วย
|