| มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก มักเกิดในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป และในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านม สาเหตุการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่นอน แต่มีหลายปัจจัยที่เชื่อว่าเป็น สาเหตุของมะเร็งเต้านม อันได้แก่ |
|
พันธุกรรม
พบว่าการเกิดมะเร็งเต้านมประมาณ 30 % จะสัมพันธ์กับประวัติครอบครัว
อาหาร
การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารประเภททอด จะเพิ่มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมได้
ความอ้วน
ผู้หญิงที่อ้วน โดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือนมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มจากเดิม 1.5-2 เท่า
การเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน
ผู้หญิงที่ประจำเดือนหมดตั้งแต่อายุก่อน 45 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าคนที่ประจำเดือนหมดช้า
ฮอร์โมน
การใช้ฮอร์โมนในเพศหญิง เช่นการรับประทานยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อย และรับประทานเป็นระยะเวลานาน สามารถเพิ่มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมได้เช่นเดียวกัน
มีเนื้องอกบริเวณอื่น
ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ โอกาสที่จะเกิดมะเร็งเต้านมก็สูงขึ้นด้วย
ลักษณะอาการของโรค
เริ่มจากคลำก้อนเล็กๆที่เต้านมได้ ในช่วงแรกจะไม่มีอาการเจ็บปวด ก้อนจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เต้านมมีลักษณะผิดไป บางรายเมื่อบีบบริเวณหัวนมจะมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึมออกมา มะเร็งจะลุกลามและแพร่กระจายจากตำแหน่งที่เกิดได้อย่างรวดเร็วไปตามหลอดเลือด ระบบน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นๆ
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านมเป็นไปได้ง่ายขึ้นในปัจจุบัน การตรวจพบและรักษามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะมีโอกาสหายได้ การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด ซึ่งอาจต้องตัดเต้านมออกทั้งหมด หรือตัดเต้านมออกเพียงบางส่วนเท่านั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และความรุนแรงของโรค นอกจากนี้ยังสามารถบำบัดโดยการใช้รังสี และการใช้ยา ทั้งนี้อาจให้การรักษาโดยวิธีการเดียวหรือร่วมกันได้โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ในบางกรณีที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรกอาจใช้เพียงการฉายรังสีเท่านั้นโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือตัด เต้านมออก ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาและสามารถเก็บรักษาเต้านมไว้ได้
ปัจจุบันพบว่าอัตราการอยู่รอด 5 ปีหลังจากรักษามะเร็งเต้านมที่เป็นระยะเริ่มแรกสูงถึง 97 % และพึงระลึกไว้เสมอว่ามะเร็งเต้านมหรืออวัยวะใดก็ตาม ถ้าได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น ยิ่งเร็วเท่าไหร่ความหวังที่โรคจะหายขาดก็มีมากขึ้น
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งเต้านม ควรปฏิบัติดังนี้ คือ
นอกจากนี้การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน A , เบตาแคโรทีน , วิตามิน C, วิตามิน E, และซีลีเนียม ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับทั่วไป และผ่านมาตรฐานขององค์การอาหารและยาในประเทศไทยด้วย |