แปลและเรียบเรียงโดย ภญ.ณฐณิชา ภิตติสกุล

tip of the month

กินดี...อายุยืนยาว

การมีอายุยืนยาว และปราศจากโรคภัยได้นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละวัน การปรับสมดุลของอาหารให้เหมาะสม จะทำให้เราได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลถึงการมีชีวิตยืนยาว มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเคล็ดลับง่ายๆ 7 ข้อที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีอายุยืนยาวได้มีดังนี้

  1. Choose organic
    เลือกรับประทานอาหารปลอดสารพิษ ซึ่งจะทำให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอาหารที่ปลอดสารพิษจะมีรสชาติอร่อย มีความสดยาวนาน และให้คุณค่าสารอาหารในปริมาณสูงกว่าผักและผลไม้ที่ใช้ยาฆ่าแมลงในกระบวนการปลูก
  2. Pack in the antioxidants
    สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxidants มีคุณสมบัติในการปกป้องเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน ซึ่งอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ได้แก่ ผักปวยเล้ง สตรอเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่
  3. Calculate your calcium
    ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย หลังจากอายุ 30 ปีขึ้นไปแล้ว จะมีโอกาสสูญเสียมวลกระดูกประมาณ 0.4 % ต่อปี โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน มีโอกาสสูญเสียมวลกระดูกเพิ่มขึ้นถึง 1-2 % ต่อปีเลยทีเดียว เพื่อสุขภาพกระดูกที่ดีควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น ผักใบเขียว ถั่วชนิดต่างๆ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์จากนม หรือ ผลิตภัณฑ์ Calcium (1,000-1,500 มก. ต่อวัน) ร่วมกับ Vitamin D (400 IU ต่อวัน)
  4. Deep-six proceed foods
    แป้ง ขนมปัง หรือน้ำตาลที่ผ่านกระบวนขัดสีจนขาวแล้ว จะมีคุณค่าสารอาหารและเส้นใยอาหารในปริมาณน้อย อาหารเหล่านี้ถูกเผาผลาญเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ทำให้หิวเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นควรเปลี่ยนมารับประทาน โฮลวีท หรือ ข้าวโอ๊ตจะดีกว่า เพราะอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ทำให้กระบวนการย่อยอาหารเป็นไปอย่างช้าๆ ในกรณีถ้าต้องการความหวาน ควรรับประทานผลไม้สดหรือน้ำผลไม้จะดีกว่าการทานน้ำหวาน
  5. Focus on plant oils
    เป็นที่ทราบกันดีว่า การรับประทานอาหารประเภทไขมัน โดยเฉพาะไขมันที่ได้จากสัตว์ อาจทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันได้ ระดับ LDL Cholesterol ที่เพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นควรเลือกรับประทานไขมันที่ได้จากพืช โดยเฉพาะน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่มีไขมันไม่อิ่มตัว และ Vitamin E เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และยังมี Squalene ซึ่งเป็นสารช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งของไขมันอีกมากมายที่ให้ประโยชน์ต่อหัวใจ เช่น น้ำมันจากถั่ว ( โดยเฉพาะถั่ววอลนัตและถั่วอัลมอลต์) น้ำมันจากเมล็ดลินิน เป็นต้น
  6. Go fish
    ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ให้แคลอรี่ต่ำและมีกรดไขมันจำเป็นในปริมาณสูง โดยเฉพาะโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดอาการปวดอักเสบของข้อต่อต่างๆ และเสริมสร้างระบบการทำงานของสมอง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรหยุดรับประทานอาหารพวกเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เพราะเนื้อสัตว์เหล่านี้เป็นแหล่งของ Vitamin B12 ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงเพื่อป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง แต่ควรจำกัดการรับประทานให้เหลือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือเลือกรับประทาน Vitamin B12 ที่ได้จากพืช เช่น นมถั่วเหลือง ธัญพืชต่างๆ เป็นต้น
  7. Hit your target weight
    การมีน้ำหนักมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น มะเร็ง เบาหวาน หัวใจ ข้อเข่าเสื่อม ฯลฯ ดังนั้นควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเอาไว้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว

Reference: Natural health, March 2006

 

 

IBHs Institute of Beauty and health Sciences
สนับสนุนข้อมูลโดย สถาบันวิจัยศาสตร์ ด้านความงามและสุขภาพ
IBHs Institute of Beauty and health Sciences


Copyright © All rights Reserved. This site powered by livewellguide.com web portal team
Contact : Webmaster

 

Thailand 's premier Health & Natural Remedies Newspaper