| ล่วงเลยเข้าสู่ปีใหม่
2546 แล้ว หลายๆ คนตั้งเป้าหมายในการบำรุงสุขภาพของตนเอง ให้ดีที่สุด
เพื่อหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ แพทย์ทางเลือก (Alternative complementary
medicine) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ในการใช้ควบคู่กับการป้องกัน
และรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน
โยคะ (Yoga) เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียมานานกว่า
5000 ปีแล้ว เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงและดูแลสุขภาพทางทั้งร่างกายและจิตใจ
โดยเป้าหมายหลักของการฝึกโยคะนี้ ก็คือการสร้างสมดุลของร่างกายระหว่างจิตและกาย
กำหนดลมหายใจเข้า ออก ให้ถูกต้อง โดยเน้นให้หายใจโดยใช้ท้องและกระบังลม
ฝึกฝนสมาธิ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อต่างๆ ลดอาการเมื้อยล้า
ลดอาการปวดตามที่ต่างๆ และที่สำคัญช่วยผ่อนคลายความเครียด บรรเทาอาการซึมเศร้า
วิตกกังวล ได้ดี
หลักสำคัญในการฝึกโยคะนี้อยู่ที่การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก (Pranayamas)
และกำหนดท่าทางในการฝึก (Asanas) ให้ถูกต้อง โดยสามารถฝึกการหายใจได้ง่ายๆ
เพียงแค่นั่งขัดสมาธิ หลังตรง หายใจเข้าโดยใช้จมูกเท่านั้น (ไม่หายใจทางปากเลย)
พยายามหายใจเข้าโดยใช้ท้อง เพื่อให้ผนังในช่องท้องขยายตัว จากนั้นจะค่อยๆ
ขึ้นมาทางหน้าอกส่วนกลาง หน้าอกส่วนบน และหัวไหล่ตามลำดับ และเช่นกันเมื่อหายใจออกผ่านทางจมูก
ลมหายใจจะเริ่มต้นออกจากทางช่องท้องก่อน (ผนังช่องท้องจะทำการหดตัว)
และค่อยๆ ผ่านทางซี่โครง หน้าอกส่วนบน ตลอดจนถึงหัวไหล่ก็จะค่อยๆ ลดระดับลง
ทำการฝึกหายใจเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะคุ้นเคย แล้วคุณจะพบว่าการหายใจแบบ
Pranayamas นี้ทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถรับ Oxygen เข้าไปเผาผลาญให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ในขณะที่ปอดก็สามารถขยายตัวได้มากขึ้น ลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน
(Upper Respiratory Tract Infection) นอกจากนี้ยังสามารถช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางจิตใจ
ผ่อนคลายระบบประสาทได้ดีด้วย
ส่วนการฝึก Asanas นั้น เป็นการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
และไขข้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการฝึก
Asanas นี้ ควรจะได้รับคำแนะนำจากครูฝึก (Instructor) ที่เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้เพื่อให้ได้ท่าทางที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องฝืนทำให้ได้ในครั้งแรกๆ
เพราะร่างกายยังไม่คุ้นเคย ดังนั้นควรจะหยุดเมื่อรู้สึกปวด ไม่ควรฝืนต่อไป
อย่างไรก็ตามเมื่อทำการฝึกฝนไปเรื่อยๆ ร่างกายก็จะมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากขึ้น
ก็สามารถฝึกฝนได้ตามท่าทางที่กำหนดไว้โดยปราศจากความเจ็บเลย ทำให้สามารถผ่อนคลายความตึงเครียดทางร่างกายได้ดี
โยคะมีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่เป็นที่นิยมและเหมาะสมสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใหม่คือ
หัตถะโยคะ (Hatha Yoga) ซึ่งสามารถฝึกได้ง่ายๆ สามารถฝึกได้ทุกเพศทุกวัย
ช่วยส่งเสริมสมาธิ รักษาสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ ลดอาการปวดตามบริเวณต่างๆ
และทำให้รูปร่างมีสัดส่วนดีขึ้นแต่อย่างไรก็ตามในโยคะขั้นสูงที่บางท่าระดับของศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับของหัวใจนั้น
(Inverted Postures) ควรทำเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วเท่านั้น
ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเป็นไข้ ไม่ควรฝึก
|