ภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นกับต่อมลูกหมาก(Prostate
Gland) ในผู้ชาย ถ้าจะว่าไปแล้วจัดว่าเป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก
ดังจะเห็นได้จากบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ โรเจอร์ มัวร์ นักแสดงชาวอังกฤษ
ที่รู้จักกันในนาม พยัคฆ์ร้าย เจมส์ บอนส์ 007, สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุ
แห่งกัมพูชา หรือแม้แต่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
คุณพิศาล มูลศาสตร์สาทร ต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหาของสุขภาพต่อมลูกหมากเมื่อวัยชรามาเยือน
ซึ่งเจ้าต่อมลูกหมากที่ว่านี้ ก็คืออวัยวะอย่างหนึ่งคล้ายลูกวอลนัท
ซึ่งพบเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น โดยมีตำแหน่งอยู่ที่ฐานกระเพาะปัสสาวะ
และล้อมรอบท่อปัสสาวะอยู่ โดยปกติต่อมลูกหมากจะทำหน้าที่ในการผลิตน้ำอสุจิ
(seminal fluid) ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ตัวอสุจิสามารถเคลื่อนไหวไปมา
และสามารถเดินทางไปถึงจุดที่จะมีการปฏิสนธิกับไข่ในผู้หญิงได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นจากตำแหน่งที่กล่าวมาแล้วว่าอยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะ ดังนั้นวันดีคืนดีหากต่อมลูกหมากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นแล้วละก็
อาการโดยทั่วไปมักจะมีผลต่อการปัสสาวะ เนื่องจากขนาดของต่อมลูกหมากที่ใหญ่ขึ้น
จะไปเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดภาวะปัสสาวะยาก ขัดและปวดหน่วงๆได้ ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก
ถ้าจะว่าไปแล้ว ในชั่วชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง อาจจะมีความผิดปกติเกิดขึ้น
กับเจ้าต่อมลูกหมากที่ว่าได้ อาทิ ภาวะต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)
ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย, มะเร็งต่อมลูกหมาก(Prostate cancer)
และต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hypertrophy หรือ BPH) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของภาวะต่อมลูกหมากโต
ซึ่งพบบ่อยเสียจนทางการแพทย์เชื่อว่าผู้ชายที่อายุเกิน 50 ปีทุกคนจะต้องมีต่อมลูกหมากโตขึ้น
และมีประมาณ1 ใน 3 ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตขึ้นเรื่อยๆจนมีอาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ
ได้แก่
-
การปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
-
ถ่ายปัสสาวะแบบรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด
-
ต้องยืนรอถ่ายปัสสาวะอยู่นานกว่าที่น้ำปัสสาวะจะเริ่มถ่ายออกมา
-
ยังมีน้ำปัสสาวะไหลเป็นหยดๆหลังจากถ่ายปัสสาวะเสร็จแล้ว
ซึ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนในระยะแรก และหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา
จะเกิดผลตามมาที่รุนแรงขึ้น คือ การเกิดปัสสาวะไม่ออกฉับพลัน รู้สึกปวดมาก
และอาจเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อตามมา และอาจลุกลามไปจนเกิดภาวะของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือบางรายถ้าต่อมลูกหมากขยายตัวมากๆ จนน้ำปัสสาวะไหลออกมาไม่ได้
สุดท้ายน้ำปัสสาวะก็จะไหลกลับไปยังไต จนทำให้เกิดภาวะปัสสาวะคั่งเรื้อรังและไตวายได้ในที่สุด
ส่วนปัญหาอีกประการหนึ่งที่เกิดกับเจ้าต่อมลูกหมากได้ไม่แพ้กันก็คือ
มะเร็งต่อมลูกหมาก โดยจัดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้ชาย และมีอัตราการเสียชีวิตมากเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปอด
โดยมะเร็งชนิดนี้มักจะเกิดในผู้ชายที่อายุ 65 ปีขึ้นไป โดยมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงถึง
1 ใน 11 คน อาการในระยะต้นจะคล้ายกับภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายปัสสาวะ
และอาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนขณะถ่ายปัสสาวะร่วมด้วย และบางครั้งอาจพบเลือดปนมากับปัสสาวะ
มีอาการปวดตื้อเรื้อรังที่หลัง อุ้งเชิงกราน และต้นขา หรือบางคนไม่มีอาการเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ
แต่อาจไปมีอาการในอวัยวะที่มะเร็งลุกลามออกไป เช่น ปวดกระดูก
ผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับมะเร็งชนิดนี้ก็คือ อาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน
จะเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งในอดีต ชาวเอเชีย ไม่ค่อยจะเป็นโรคนี้กัน
แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ค่านิยมการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ตามอย่างประเทศทางตะวันตก
ได้เป็นที่นิยมมากขึ้น เช่นเดียวกับอุบัติการที่เกิดกับมะเร็งชนิดอื่นๆ
เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายจึงควรตระหนักถึงภัยที่อาจจะเกิดกับต่อมลูกหมากของคุณได้
โดยสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute) ได้แนะนำให้ผู้ชายที่อายุเกิน
40 ปีขึ้นไปทุกคน จะต้องเข้ารับการตรวจต่อมลูกหมาก ปีละ 1 ครั้ง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจต่อมลูกหมากของคุณอย่างละเอียด
มีตั้งแต่การคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เพื่อตรวจก้อนหรือขนาดของต่อมลูกหมาก
หรือแม้แต่การตรวจทาง Lab โดยหา Prostatic specific antigen (PSA)
ก็จะสามารถค้นพบโรคได้รวดเร็ว ในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะเป็นการป้องกันการลุกลามของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้การมีโภชนาการที่ดีก็จะช่วยยับยั้งการเกิดปัญหาต่างๆของต่อมลูกหมากได้
ซึ่งจากการศึกษาที่ชี้ว่า อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันสูง จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อ
โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ โดยเฉพาะผักสีเขียว
เช่น บร็อกโคลี ดอกกะหล่ำ แครอท มะเขือเทศ ผลไม้ ถั่วชนิดต่างๆ เมล็ดธัญพืช
วีท ข้าวโอ้ต ข้าวกล้อง และงด ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้
นอกจากนี้ โภชนากรเองก็แนะนำให้ทาน น้ำมันเมล็ดฟักทองสกัด( Pumpkin
Seed Oil ) วันละ 1,000-2,000 mg.เนื่องจากเมล็ดฟักทองจะให้ธาตุ สังกะสี
(Zn) ในปริมาณสูง และกรดไขมันจำเป็นชนิดโอเมกา 6 (Essential Fatty
Acid Omega-6) ซึ่งจะช่วยลดพยาธิสภาพที่เกิดกับต่อมลูกหมากได้ หรืออาจจะเลือกทานสังกะสี
วันละ 50-100 mg. เนื่องจากมีรายงานว่า การขาดธาตุสังกะสี จะมีความสัมพันธ์กับภาวะต่อมลูกหมากโต
การให้ธาตุสังกะสีเสริม อาจช่วยป้องกันและทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลง
รวมทั้งการใช้สารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ (Antioxidant) เช่น Lycopene
, Betacarotene, Coenzyme Q10 , Selenium และวิตามินชนิดต่างๆ ที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำให้เกิดการพัฒนาของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการดูแลตัวเองให้มีนิสัยการบริโภคที่ถูกต้องจะช่วยรับมือกับปัญหาดังกล่าว
และเมื่อใดก็ตามที่คุณผู้ชายทั้งหลาย พบอาการเบื้องต้นดังที่กล่าวมาแล้ว
ก็อย่านิ่งนอนใจ ให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการของคุณ
เพียงเท่านี้ภัยจากต่อมลูกหมาก ก็น่าจะเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับคุณๆอีกต่อไป
|