1. โสมเกาหลี (Korean
Ginseng, Asian Ginseng)
เป็นโสมในตระกูล Panax Ginseng ซึ่งให้สารสำคัญ Ginsinosideในกลุ่ม
Protopanaxadiol มากกว่า Protopanaxatriol เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต
โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสี่ยงจากการใช้สารในกลุ่ม Steriods และเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศโดยเฉพาะในเพศชาย
ลดความเครียดนอกจากนี้โสมเกาหลีนี้ ยังสามารถใช้ในการควบคุมระดับความดันโลหิต
และระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงหรือต่ำผิดปกติได้ (Adaptogenic Effect)
รวมถึงทำให้ผนังเซลล์แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นดี ลดอาการแก่ในระดับเซลล์ได้ดี
(Aging)
2. โสมอเมริกัน (American
Ginseng)
เป็นโสมในตระกูล Panax quinquefolism ซึ่งปลูกมากในประเทศแถบอเมริกา
ให้สารสำคัญ Ginsinosideในกลุ่ม Protopanaxatriol มากกว่า Protopanaxadiol
จึงนิยมนำมาใช้ในการเพิ่มสมรรถภาพของกล้ามเนื้อในนักกีฬา นอกจากนี้โสมอเมริกันยังสามารถใช้ในการควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงหรือต่ำผิดปกติได้
(Adaptogenic Effect) รวมถึงทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง และมีความยืดหยุ่นดี
ลดอาการแก่ในระดับเซลล์ได้ดี (Aging) ได้เช่นกัน
3. โสมไซบีเรีย (Siberian
Ginseng)
เป็นโสมในตระกูล Acanthopanax senticosus ซึ่งมีลักษณะคล้ายโสมเกาหลี
แต่นิยมปลูกกันมากในประเทศแถบรัสเซีย และไซบีเรีย มีสารสำคัญคือ Eleutheroside
ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มปริมาณ Lymphocytes ใช้ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมากขึ้น
นิยมใช้ในการป้องกันและบรรเทาอาการหวัดและการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน
ใช้ร่วมในการบรรเทาและลดผลกระทบจากการใช้เคมีบำบัด หรือการฉายแสงในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตับในการขับถ่ายสารพิษออกจากร่างกาย นักกีฬาส่วนใหญ่ยังนิยมนำมาใช้ในการเพิ่มสมรรถภาพทางกีฬา
ทำให้ร่างกายมีความอดทนและลดอาการล้าของกล้ามเนื้อได้ดี ในอดีตหลังการเกิดอุบัติเหตุที่โรงปฏิกรณ์เตาไฟฟ้าปรามณูที่
Chernobyl ทางการรัสเซียได้มีการแจกจ่ายโสมไซบีเรียนี้แก่ผู้คนเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากรังสีนิวเคลียร์นี้
นอกจากนี้โสมไซบีเรีย ยังสามารถใช้ในการควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
ไม่ให้สูงหรือต่ำผิดปกติได้ (Adaptogenic Effect) รวมถึงทำให้ผนังเซลล์แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นดี
ลดอาการแก่ในระดับเซลล์ได้ดี (Aging) ได้เช่นกัน |