|
โรคหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปปีๆ หนึ่งเป็นจำนวนไม่น้อย
ซึ่งสาเหตุของโรคเงียบชนิดนี้ก็มีหลายประการ แต่ที่พบมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นโรคหลอดเลือดแข็งตัว
(Atherosclerosis) ที่มีสาเหตุมาจากปริมาณโคเลสเตอรอล การเกาะตัวของเกล็ดเลือดที่ผนังหลอดเลือด
อนุมูลอิสระ และอื่นๆ อีกมากมาย
อนุมูลอิสระ หรือ Free radicals คงเคยเป็นที่คุ้นหูกันบ้างแล้วแต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจว่าจริงๆ
แล้วสารพวกนี้คืออะไร พบได้ที่ไหน มีจำนวนเท่าไรและก่อให้เกิดปัญหาอะไรต่อสุขภาพ
เราจะพบอนุมูลอิสระได้ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างที่จะทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นก็คือ
เมื่อทิ้งน้ำมันที่ได้จากพืชหรือสัตว์ไว้นานๆ ในภาชนะเปิด อ๊อกซิเจนในอากาศจะทำปฏิกิริยากับน้ำมันเรียกว่า
Oxidation ซึ่งจะทำให้น้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของโครงสร้าง และก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นที่เรียกกันในภาษาชาวบ้านว่า
หืน (Rancid) ในทำนองเดียวกันเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกายมนุษย์ก็ประกอบไปด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่
หากร่างกายได้รับไขมันที่ถูกอ๊อกซิไดส์ (Oxidized fats) เช่น น้ำมันที่หืนแล้วหรือพวก
hydrogenated oils เข้าไปมากๆ ก็อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อได้โดยเฉพาะในส่วนของหลอดเลือด
และมักนำไปสู่โรคชนิดต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
โรคข้อต่ออักเสบ โรคมะเร็ง ฯลฯ
สารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดีและเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ วิตามินเอ,
ซี, อี, กลูตาไธโอน และซิลิเนี่ยม วิตามินอีเป็นสารที่วงการแพทย์ให้ความสำคัญมากที่สุดในเชิงของการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ
(Antioxidant) มีผลงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าวิตามินอีช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้1,2,3,4
ปัจจุบันได้มีการนำวิตามินอีมาใช้ร่วมในการบำบัดรักษาโรคหลายชนิด เช่น
อัลไซเมอร์ส โรคข้ออักเสบชนิดต่างๆ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดต่างๆ
โรคมะเร็งปอด และต่อมลูกหมาก ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบว่าวิตามินชนิดนี้มีผลบำรุงผิวพรรณซึ่งทำให้เซลล์ของผิวหนังสมบูรณ์มากขึ้น
จึงนิยมใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางหลายชนิด
โดยปกติแล้วเราจะได้รับวิตามินอีในปริมาณพอควรจากอาหารเช่น เมล็ดพืชตระกูลถั่ว
ไข่แดง พืชใบสีเขียว น้ำมันจากจมูกข้าวสาลี (wheat germ oil) น้ำมันพืช
ชนิดอื่นๆ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีวิตามินอีชนิดแคปซูลและเม็ดวางจำหน่ายในตลาดบ้านเราอีกด้วย
วิตามินอีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำมัน ดังนั้นอาจก่อให้เกิดการสะสมในร่างกายได้หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานต่อวันด้วย การใช้วิตามินชนิดนี้ในปริมาณสูง
ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
|