|
Vitamin B1
|
- อาการชาตามปลายมือปลายเท้า
- ลดอาการเมื้อยล้าตามกล้ามเนื้อ (Fatigue)
- บรรเทาอาการซึมเศร้า (Depression) วิตกกังวล (Anxiety) นอนไม่หลับ
(Insomnia) และอาการทางประสาทจากการติดเหล้า (Alcoholism's nerve
system)
- อาการชักกระตุกตามอวัยวะต่างๆ หรือ พูดไม่ชัด จากการเกิดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง(Sclerosis)
และไขสันหลัง (Multiple Sclerosis)
- อาการชาตามใบหน้า (Bell's Palsy, Facial Nerve Paralysis)
- ช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก โดยกระตุ้นการหลั่งกรด Hydrochloric
Acid
- อาการเบาหวาน (Diabetes Melletus)
|
| Vitamin B2 |
- ช่วยเร่งขบวนการเผาผลาญสารอาหารคาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังงานในรูป
ATP (Adenosine Triphosphate)
- มีส่วนสำคัญในการบำรุงเส้นผม ผิวหนังและเล็บ ป้องกันอาการอักเสบต่างๆ
ของผิวหนังเช่น สิว (Acne), Eczema, Dermatitis etc.
- บำรุงสุขภาพของดวงตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น ป้องกันอาการล้าของสายตา
และต้อกระจก
- ลดอาการเครียดของกล้ามเนื้อ (Fatigue)
- จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์
|
| Vitamin B3 |
- ให้พลังงาน ทำให้ร่างกายสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจาก ไนอาซิน
(Niacin) หรือ วิตามินบี 3 (Vitamin B3) ช่วยในการสลาย Glycogen
ที่สะสมอยู่ที่ตับและกล้ามเนื้อออกมาเป็นกำลังงาน
- มีผลกระตุ้นให้การทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และควบคุมระดับ
Cholesterol และTriglyceride ในกระแสเลือด
- เป็นสารสำคัญในขบวนการสร้างฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโตรเจน (Estrogen)
โปรเจสเตอโรน(Progesterone) ในผู้หญิง และ เทสโทสเตอโรน (Testosterone)
ในผู้ชาย
- พบว่ามีผลทำให้ ผิวพรรณ ลิ้น และอวัยวะต่างๆ ในระบบทางเดินอาหารมีสุขภาพดี
- มีส่วนช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell)
|
| Vitamin B5 |
- กระตุ้นให้มีการหลั่ง Cortisone ที่ต่อมหมวกไตมากขึ้น ทำให้สามารถลดความเครียดได้ดี
(Antistress) และเพิ่มขบวนการเผาผลาญในร่างกายให้มากขึ้น รวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีขึ้นด้วย
- ช่วยในการป้องกันอาการริ้วรอยแก่ก่อนวัย (Anti-aging & Wrinkle)
- ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้
- บำรุงผิวหนังและระบบประสาทให้ทำงานได้ดีขึ้น
|
| Vitamin B6 |
- ใช้ในขบวนการเผาผลาญสารอาหารประเภท Amino Acids และกรดไขมัน เพื่อนำไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
และยังจำเป็นในขบวนการสร้างฮอร์โมนและสารสื่อประสาทต่างๆในร่างกายเช่น
Serotonin, Melatonin หรือ Dopamine จึงนิยมใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตประสาทเช่นอาการซึมเศร้า
เครียด เป็นต้น
- ช่วยลดระดับ Homocysteine ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอาการอุดตันของคลอเรสเตอรอลในหลอดเลือด
(ทำให้เกิดอาการโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงอาการสมองเสื่อม
Alzheimer's Disease ด้วย)
- มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อและเป็นหวัด
- ใช้ในการสร้างเม็ดเลือดเแดง และสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร
- ช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) เช่นอาการปวดคัดหน้าอก อาการบวมน้ำ
- ช่วยให้การรับส่งกระแสประสาทในร่างกายดีขึ้นอีกด้วย
|
| Vitamin B12 |
- มีความสำคัญต่อขบวนการทำงานของเซลต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะเซลประสาทและไขกระดูก
ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
- กระตุ้นการเจริญเติบโตในเด็กและระบบการย่อยอาหารและดูดซึมอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ช่วยเร่งขบวนการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ให้เกิดเป็นพลังงาน จึงนิยมเรียกวิตามินนี้ว่า
Energy Vitamin ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ (Fatigue)
- มีส่วนสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม DNA และ RNA
|
| Biotin |
- เป็น Vitamin B ชนิดหนึ่งช่วยในการเผาผลาญสารอาหารต่างๆโดยเฉพาะ
Folic Acid ให้เป็นพลังงาน
- มีส่วนสำคัญในการสร้างสารทางพันธุกรรมคือ DNA และ RNA ทำให้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ผิวหนัง,
ผม และเล็บใหม่แทนที่เซลล์เก่าที่ตายไปได้อย่างต่อเนื่อง
- ป้องกันอาการผมหงอกก่อนวัย (Graying Hair Progression)
- ป้องกันอาการเล็บเปราะ (Brittle Nail)
|
| Folic Acid |
- เป็นวิตามิน บี (Vitamin B) ชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการสร้างสารทางพันธุกรรมคือ
DNA ทำให้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ผิวหนัง, ผม และเล็บ
- มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์ประสาทสำหรับทารกในครรภ์มารดาด้วย
การที่มารดาในระยะตั้งครรภ์ได้รับ Folic Acid ในปริมาณที่เพียงพอจะสามารถป้องกันอาการพิการทางสมองในเด็กแรกเกิด
(Neural Tube Syndrome) ได้ รวมถึงอาการพิการทางแขน ขา หัวใจและอื่นๆ
- บรรเทาอาการซึมเศร้า (Depression) โดยร่างกายจะใช้ Folic Acid
ในการสร้าง S-Adenosyl Methionine (SAM) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญตัวหนึ่งในสมอง
- ลดอัตราการเกิดภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจ (ลดการเกิดสภาวะเส้นเลือดแข็งตัว
Artheriosclerosis) โดยร่างกายจะใช้ Folic Acid ในการควบคุมระดับของ
Homocysteine ในกระแสเลือด
|
| Vitamin C |
- วิตามิน ซี เป็นวิตามินที่ป้องกันการเกิดปฎิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นที่ดี
จึงป้องกันความเสื่อมของเซลล์และพบว่ามีผลในการเกิดเซลล์ที่ผิดปกติต่าง
ๆ เช่น เซลล์มะเร็งได้ (Anti-Cancer)
- ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสดีขึ้น และพบว่าลดอัตราการติดเชื้อไวรัสหวัดได้
- มีผลในการทำให้สุขภาพของผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
โดยเฉพาะหลอดเลือดเล็ก ๆ (Capillaries) ที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ
เช่น ดวงตา ฯลฯ และ ป้องกันการเกิดภาวะเส้นเลือดแข็ง เช่น เส้นเลือดขอดได้
- ทำให้การทำงานของต่อมหมวกไต (Adrenal Grand) ดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนต่าง
ๆ เป็นไปได้ด้วยดี
- ช่วยลดอัตราการเป็นหมันในชาย และทำให้สเปริม์แข็งแรงเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น
- ลดอัตราการเกิดอาการของเก๊าท์, ข้ออักเสบ, ภาวะผื่นแพ้ต่าง ๆ หรือการติดเชื้อไวรัส
- ลดอันตรายจากโลหะหนักหรือสารพิษต่าง ๆที่ร่างกายได้รับจากสิ่งแวดล้อม
|
| Vitamin D |
- วิตามินดีช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเอาแคลเซียม (Calcium) และฟอสฟอรัส
(Phosphorus) เข้ามาใช้ประโยชน์ในร่างกายได้ดีขึ้น
- มีผลทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง แนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและฟันรับประทาน
- สตรีในวัยหมดประจำเดือนมีความจำเป็นต้องรับประทาน เนื่องจากวิตามินดีช่วยลดปัญหาการเกิดภาวะกระดูกพรุนจากการขาดแคลเซียมได้
- พบว่าการรับประทานวิตามินดีควบคู่กับวิตามินเอ มีผลในการลดอัตราการเกิดหวัด
(Cold) และนิยมแนะนำให้ผู้อยู่ในภาวะเบาหวาน (Diabetes) ต้อกระจก
(Cataract) ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณรับประทานเป็นอาหารเสริม
|
| Vitamin E |
- มีคุณสมบัติการเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นที่ดีเลิศ (Potent
Antioxidants) ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆได้เป็นอย่างดี
- ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดเซลล์มะเร็ง (Cancer) ที่อวัยวะต่างๆได้
* มีผลในการเพิ่มอัตราส่วนของ HDL ต่อ LDL จึงให้ผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาในเรื่องระดับโคเลสเคอรอลในเลือดสูง
(High Blood Cholesterol) โดยเฉพาะในภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardio-Vascular
Disease)
- ทำให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ดีขึ้น สามารถทนทานต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆในร่างกายได้มากขึ้น
- ลดการเกิด ไลโปฟุสซิน (Lipofuscin) ที่ทำให้เกิดกระแก่ที่ผิวหนังได้
ซึ่งไลโปฟุสซินเกิดจากปฏิกิริยา อ๊อกซิเดชั่นของไขมัน และวิตามิน
อี จะไปยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาดังกล่าวได้
- แนะนำให้ทานร่วมกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีน้ำมันมาก เช่น Evening
Primrose Oil, Borage Oil, Fish Body Oil เป็นต้น เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นจากกรดไขมันที่หลงเหลือจากการใช้ประโยชน์ของร่างกาย
อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกระแก่ได้
- ช่วยเร่งให้ขบวนการสมานแผลในเซลล์ร่างกายเร็วขึ้น ลดการเกิดเนื้อเยื่อแผลเป็น
(Keloid)
- ลดอัตราการเป็นหมันในเพศชาย (Impotent)
|
| Vitamin K |
- ช่วยในการสร้าง Prothrombin ทำให้เกล็ดเลือดเกาะตัวกันได้ดีขึ้น
ช่วยในการห้ามเลือด และสมานแผล
- ช่วยลดอาการปวดในผู้หญิงที่มีประจำเดือนมามากผิดปกติ * ลดอาการคลื่นไส้
อาเจียน ในหญิงมีครรภ์
|